คณะบัญชี

คณะบัญชี

alt

        เก่งบัญชี-คำนวณภาษีขั้นเทพ
ต้องเรียนที่ "วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม"
Who will come?
        คำถามยอดนิยมอันดับต้น ๆ คือ “ใครจะมาแย่งงานนักบัญชีไทย?” คำตอบคงคาดเดาไม่ยาก นั่นก็คือนักบัญชีจากประเทศอยู่ในระดับเดียวกันกับประเทศไทยหรือประเทศที่เจริญกว่า ซึ่งได้แก่ สิงคโปร์ และ มาเลเซีย รูปแบบการเข้ามาทำงานของนักบัญชีต่างชาติจะเป็นรูปแบบติดสอยห้อยตามบริษัทในประเทศของตนที่มาลงทุนในประเทศไทย นักบัญชีฟิลิปปินส์ อาจะเป็นอีกกลุ่มที่มีโอกาสเข้ามาประกอบวิชาชีพในประเทศไทย ถึงแม้จะไม่ได้มีบริษัทฟิลิปปินส์มาลงทุนในประเทศไทยมากนักก็ตาม แต่ด้วยความสามารถในภาษาอังกฤษที่โดยเฉลี่ยมีมากกว่านักบัญชีไทยและค่าตอบแทนอยู่ในระดับเดียวกัน หรืออาจน้อยกว่านักบัญชีไทย นักบัญชีฟิลิปปินส์จึงเป็นอีกชาติหนึ่งที่มีโอกาสส่งเข้าประกวดในเวทีประเทศไทยหลังเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558
Where to go?
        “แล้วนักบัญชีไทยจะไปไหนกันดี?” ตอบ คือ ประเทศที่ด้อยกว่าเรา เช่นกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) และอินโดนีเซีย โดยช่องทางสำหรับนักบัญชีไทยที่ง่ายที่สุดคือการติดตามนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในประเทศดังกล่าว ซึ่งประเทศทั้ง 5 ประเทศนับว่ามีนักบัญชีอยู่อย่างจำกัด ไม่เพียงพอต่อการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเข้านักบัญชีที่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศ จึงนับเป็นโอกาสดีสำหรับนักบัญชีไทยที่จะรุกเข้าไปในประเทศกลุ่มดังกล่าว
How to do?
        นอกจากทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ (ภาษากลางของอาเซียน) ที่ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก การเรียนรู้ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี สังคม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม กฎระเบียบข้อบังคับและความรู้เกี่ยวกับองค์กรวิชาชีพรวมทั้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในประเทศที่นักบัญชีไทยเข้าไปทำงานหรือติดต่อธุรกิจ ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้งานประสบความสำเร็จและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากความแตกต่างในสังคมและวัฒนธรรมในแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี
        “เพราะเวลานี้ นักธุรกิจบริษัทอินเตอร์จากทั่วโลกจะมาลงทุนในประเทศไทย เข้าจะมีนักบัญชีติดตัวมาด้วย คนกลุ่มนี้เก่งบัญชีแถมภาษอังกฤษดี น่ากลัวที่สุดเวลานี้ คือ นักบัญชี ที่มาจากประเทศอินเดีย จีน อังกฤษ เพราะเขาเก่งบัญชีคำนวณมาก เก่งภาษาอังกฤษ แถมได้ภาษาจีน ภาษอินเดีย” อาจารย์ชนิดา สุวรรณจูฑะ คณบดีคณะบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ฉายภาพการแข่งขันวิชาชีพบัญชีในเวทีอาเซียน
        สำหรับในประเทศไทย ตลาดการแข่งขัน ผู้ที่เรียนจบหลักสูตรคณะบัญชี (สาขาวิชาการบัญชี) ของวิทยาลัยเทคโนโลยีแล้ว จัดได้ว่ายังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานสูงมาก เพราะนักบัญชีขาดแคลน หลักสูตรคณะบัญชีวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามเรียน 4 ปี รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าเรียน มีทั้ง ภาคปกติ ภาคค่ำ ภาควันอาทิตย์ ส่วนผู้สำเร็จการศึกษารับดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง (ปวส.) สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้ามาเรียนได้ทำให้ย่นระยะเวลาในการเรียนจาก 4 ปี เหลือเพียง 2 ปี โดยเฉพาะนักศึกษาที่จบ ปวส. จากโรงเรียนพณิชยการธนบุรี จะมีคุณภาพมาก แต่ด้วยพื้นฐานการศึกษาของนักศึกษาแต่ละคนมีความแตกต่างหลากหลาย จะมีอาจารย์ผู้สอน อาจารย์ที่ปรึกษาดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด “อาจารย์ชนิดา” บอกว่า อาจารย์จะแก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งนักศึกษาสำเร็จการศึกษา ยิ่งในช่วงปีสุดท้ายของการเรียน นักศึกษาต้องฝึกงาน 3-4 เดือน ตามโครงการสหกิจศึกษา ในช่วงนี้นับเป็นนาทีทองของชีวิต แต่น่ายินดีที่นักศึกษาของเราฝึกงานเสร็จก็ถูกจองตัวได้งานทำกันทุกคน ซึ่งแต่ละปีที่เรารับนักศึกษาเข้าเรียนสูงสุดเพียงห้องเรียนละ 50-60 คน ไม่เพียงพอ แต่วิทยาลัยของเราควบคุมด้านคุณภาพการศึกษา บัณฑิตทุกคนเรียนจริง ทำงานจริง จบแล้วได้งานทันที
        เพื่อ “จำกัดจุดอ่อน” ให้กับว่าที่นักบัญชี STC ให้พร้อมรับมืออาเซียน "อ.ชนิดา" บอกว่า ว่าที่นักบัญชี STC ทุกคนจะได้เรียนร่วมหลักสูตร English Program (EP) ต้องเข้ามาสนทนาภาษาอังกฤษทุกวันที่ห้อง “Fan Club” เป็นประเด็นที่กำลังถกเถียงกันในสังคมไทย มีการจัดกลุ่มคุยกันด้วยภาษาอังกฤษง่าย ๆ สนุกสนาน
        “เหนืออื่นใดคณะบัญชีของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ได้เลือกเฟ้นอาจารย์ผู้สอที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ เพื่อปั้นลูกศิษย์ให้มีความรู้เลิศสู่สากล ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก คู่คุณธรรมและมีจรรยาบรรณต่ออาชีพ เพื่อรับใช้สังคมและประเทศ ที่สำคัญวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม จะเข้มข้นเรื่องบัญชีภาษีอากรค่อนข้างใช้ได้ นักศึกษาของเราเรียนจบแล้ว สามารถคำนวณภาษีอากรให้กับบุคคล องค์กรภาครัฐ-เอกชน ได้ทุกคน” อาจารย์ชนิดา กล่าวทิ้งท้าย
ปรัชญา

  • ถูกต้อง แม่นยำ และมีคุณธรรม คือ นักบัญชี เทคโนโลยีสยาม

ปณิธาน
  • มุ่งมั่นในการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะเชิงประยุกต์ และมีประสิทธิภาพในการปฎิบัติด้านการบัญชี